ฟรีแลนซ์ คืออะไร อาชีพสำหรับคนที่รักอิสรภาพ

ฟรีแลนซ์ คือ

ถ้าถามว่าเรียนจบแล้วอยากทำอาชีพอะไร แน่นอนว่า ฟรีแลนซ์ (Freelance) คือคำตอบที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะแค่เพียงคิดว่าไม่ตื่นเช้าฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัดเพื่อไปเข้างานให้ตรงเวลา ไม่ต้องตอกบัตร มีอิสระเป็นของตัวเอง สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ คงจะดีไม่น้อย จนทำให้มีผู้เขียนหนังสือออกมาวางขายกันมากมายแนะนำให้คนออกมาทำงานฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว ปัจจุบันฟรีแลนซ์เป็นงานที่ได้รับความนิยมอย่างมากเกือบทุกอาชีพสามารถทำได้ สำหรับหลายๆ คนที่อยากทำงานฟรีแลนซ์แต่ยังไม่รู้ว่างานฟรีแลนซ์คืออะไร เริ่มต้นยังไง วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกันค่ะ

Freelance คือ

Freelance คำนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่แต่งโดย Sir Walter Scott มีชื่อเรื่องว่า Ivanhoe ในปี 1820 เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคกลางของอังกฤษ นิยายเรื่องนี้พูดถึงฟรีแลนซ์ว่าเป็นอัศวินที่ถือหอกต่อสู้อยู่บนหลังม้าโดยไร้สังกัดไม่ได้ขึ้นกับขุนนางใด และเลือกรับจ้างต่อสู้ตามความต้องการของตน โดยคำว่า Lance ในภาษาอังกฤษแปลความหมายได้ว่า หอกหรือทวน พอนำคำมารวมกันก็กลายเป็นคำคุ้นหูอย่างคำว่าฟรีแลนซ์นั่นเอง

ปัจจุบัน Freelance หรือ Freelancer คือ ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับบริษัท องค์กร หรือหน่วยงานใดๆ การจ้างงานจะเป็นในลักษณะที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ทำงานใดงานหนึ่งและจ่ายค่าบริการตามที่ตกลงกันไว้ การทำงานฟรีแลนซ์ผู้ทำงานนี้ต้องเป็นที่บริหารจัดการเวลาได้ดี มีความรับผิดชอบสูงกว่างานปกติ

ประเภทของงาน Freelance

สำหรับงาน Freelance ที่คนนิยมประกอบอาชีพปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ซึ่งงานฟรีแลนซ์ดังกล่าวมีทั้งแบบที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำงานและแบบที่ต้องใช้ ดังนี้

  1. งานที่เกี่ยวกับการแนะนำหรือให้คำปรึกษา เช่น ด้านการตลาด ด้านเทคนิคการพัฒนาตนเอง การทำบัญชีและยื่นภาษี การสร้างแบรนดิ้ง สร้างธุรกิจ & Startup กฎหมาย ติวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เฉพาะด้าน เป็นต้น
  2. งานออกแบบและทำกราฟฟิค เป็นงานฟรีแลนซ์ที่เหมาะกับคนที่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์การออกแบบ ชอบขีดๆ เขียนๆ มีจินตนาการ ชอบงานเกี่ยวกับศิลปะ เช่น การออกแบบโลโก้ การทำแบนเนอร์โฆษณา การวาดภาพประกอบ Portrait การออกแบบ Line Sticker เป็นต้น
  3. งานแปลภาษาและงานเขียน งานฟรีแลนซ์ประเภทนี้ผู้ทำงานต้องมีความรู้ ความถนัดทางด้านภาษา ยิ่งมีความรู้ด้านภาษามากเท่าไรยิ่งเป็นผลดีกับตัวคุณเองเพราะคุณสามารถรับงานได้หลากหลาย เช่น งานล่าม งานแปลภาษา เขียนบทความ พิสูจน์อักษร งานถอดเทป เป็นต้น
  4. การตลาดและงานโฆษณา เช่น การยิงแอดผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ การเขียนรีวิวสินค้าและบริการต่างๆ การทำ SEO การโปรโมทเว็บไซต์ การรับทำและวิเคราะห์แบบสอบถาม influencer Blogger ไอดอล เป็นต้น
  5. การทำวีดีโอ เสียง และภาพ งานฟรีแลนซ์ประเภทนี้บางครั้งต้องออกไปปฎิบัติงานนอกสถานที่บ้าง เช่น ช่างแต่งหน้า งานถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ การตัดต่อ Sound Engineering Voice Over การทำ Subtitle การทำ Motion Graphic การทำอะนิเมชั่น เป็นต้น
  6. การรับทำเว็บไซต์ ผู้ทำงานฟรีแลนซ์ประเภทนี้ต้องมีความรู้ด้านไอที การเขียนโค้ด เช่น งานออกแบบ UI/UX สำหรับเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น การดูแลและแก้ไขปัญหาด้านไอที WordPress งานพัฒนาแอพพลิเคชั่น เป็นต้น

คุณสมบัติที่ควรมีในสายงาน Freelance

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาทำงานฟรีแลนซ์แบบเต็มตัวและต้องการประสบความสำเร็จในสายงานนี้ คุณสมบัติที่ควรมีในสายงาน Freelance มีดังนี้

  1. ความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานทุกอาชีพโดยเฉพาะงานฟรีแลนซ์ ความน่าเชื่อถือจะส่งผลโดยตรงทำให้ลูกค้ามั่นใจและกล้าที่จะจ้างงานคุณ เมื่อรับงานมาแล้วคุณควรกำหนดวัน เวลาที่จะต้องส่งงาน และส่งงานให้ตรงตามกำหนดอย่าผิดสัญญากับลูกค้าเด็ดขาด

  1. ควรมีทักษะในการสื่อสารที่ดี

ทักษะการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการเขียนล้วนเป็นสิ่งจำเป็นของคนทำงานฟรีแลนซ์ทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่การรับงาน การตกลงค่าแรง การพูดคุยว่าจะรับทำงานนั้นหรือไม่ และอีกสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเป็นผู้มีทักษะการสื่อสารอันยอดเยี่ยมคือการเป็น “ผู้ฟังที่ดี” เพราะคุณต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ต้องฟังและจับใจความให้ดี

  1. ความกระหายใคร่รู้ในเรื่องต่างๆ

สิ่งที่คนทำงานฟรีแลนซ์ควรมี คือ การตั้งคำถาม ยิ่งตั้งคำถามเยอะได้เท่าไรยิ่งดีเท่านั้น เนื่องจากคุณไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีคนคอยสั่งงานและตรวจงาน ดังนั้น เมื่อคุณรับงานจากลูกค้ามาแล้วคุณต้องทำความเข้าใจและรู้ว่าลูกค้าทำงานเกี่ยวกับอะไรเพื่อจะได้ให้ขอแนะนำ หรือเสนอแนะเกี่ยวกับงานนั้นๆ เพิ่มเติมได้ จนนำไปสู่ความประทับใจที่เกิดขึ้น

  1. ความมีระเบียบวินัย

งานฟรีแลนซ์เป็นงานที่ผู้ทำต้องมีระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากว่าคุณไม่มีเจ้านายที่คอยจับตาดูอยู่ ดังนั้นคุณต้องมีระเบียบวินัยในตัวเองสูงกว่าคนทำงานปกติ คุณต้องเริ่มทำงานตั้งแต่กระบวนการที่รับมาจนสำเร็จแม้ว่าจะไม่อยากทำงานนั้นก็ตาม

  1. มีทักษะในการจัดสรรเวลาที่ดี

การทำงานอย่างมีระบบเป็นสิ่งจำเป็นของคนทำงานฟรีแลนซ์ คุณต้องจัดสรรเวลาที่มีอยู่ให้ดีเพราะบางครั้งคุณไม่ได้รับงานมางานเดียว งานบางงานต้องเร่ง งานบางงานรอได้ ดังนั้นคุณควรวางแผนและจัดตารางเวลาให้ดีเพื่อให้ทุกงานสำเร็จลุล่วงได้ตามเวลาที่กำหนดไว้

ข้อดีของงาน Freelance

  1. สามารถเลือกสถานที่ทำงานได้ตามใจชอบ แน่นอนว่าอาชีพฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีความอิสระ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ จึงสามารถเลือกทำงานได้ตามสถานที่ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ คาเฟ่ สวนสาธารณะ หรือแม้แต่การทำงานที่บ้านก็สามารถทำได้ การเลือกสถานที่ทำงานได้เองนี้เป็นข้อดีที่จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างสรรค์งานให้ออกมามีคุณภาพได้อีกด้วย
  2. เวลาการทำงานยืดหยุ่น ผู้ทำงานสามารถเลือกเวลาการทำงานได้เองโดยไม่มีใครบังคับ หากรู้สึกไม่สบายหรือไม่อยากทำก็สามารถพักก่อนได้ ซึ่งต่างจากงานประจำที่ต้องมีเวลาเข้า-ออกงานที่แน่อน
  3. ไม่ต้องเสียสุขภาพจิตกับเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน หนึ่งในเหตุผลของการลาออกจากงานประจำส่วนใหญ่มาจากเจ้านายและเพื่อร่วมงาน การทำงานฟรีแลนซ์ช่วยลดปัญหาดังกล่าวเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับคนทำงานจะเป็นเพียงแค่งานที่พบหน้ากันชั่วคราวเท่านั้น เมื่องานเสร็จความสัมพันธ์ก็จบลงเท่านั้นเอง
  4. มีอิสระในการแต่งตัว การทำงานฟรีแลนซ์เราสามารถเลือกใส่ชุดสไตล์ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวตามระเบียบขององค์กร จึงช่วยลดความอึดอัดลงได้
  5. ไม่ต้องปฎิบัติตามประเพณีขององค์กร สำหรับสังคมมนุษย์เงินเดือนการเข้าร่วมงานเลี้ยง งานกีฬาสี เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงและไม่ชอบเข้าร่วมงานเหล่านี้คุณจะถูกลดเกรดลงจนบางครั้งไม่สามารถเข้าร่วมสังคมการทำงานได้ แต่การทำอาชีพฟรีแลนซ์คุณทำทุกอย่างได้อิสระไม่มีใครคอยจ้องจับผิดคุณแน่นอน

ข้อเสียของงาน Freelance

  1. ความไม่มั่นคงของงาน อาชีพฟรีแลนซ์บางประเภทต้องอาศัยช่วงเวลา ฤดูกาล หรือเทศกาลต่างๆ จึงสามารถทำเงินได้ เช่น ช่างแต่งหน้า และช่างถ่ายภาพงานรับปริญญา บางช่วงอาจจะมีงานน้อยจึงควรวางแผนการทำงานในช่วงเวลาดังกล่าวให้ดี
  2. อาจเกิดความขี้เกียจได้ งานฟรีแลนซ์เป็นงานที่ไม่มีคนคอยควบคุม ดังนั้นคุณอาจเกิดความขี้เกียจได้ เช่น คุณรับงานมาและตกลงว่าจะทำให้เสร็จภายในระยะเวลา 3 วัน แต่ถ้าคุณขี้เกียจไปแล้ว 2 วัน คุณจะเหลือเวลาทำงานแค่ 1 วัน ซึ่งไม่ควรทำเด็ดขาดเพราะเวลาที่เหลือน้อยอาจทำให้งานที่รับมาออกมาไม่มีคุณภาพ
  3. พยายามห้ามป่วย แน่นอนว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สามารถห้ามกันได้แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงาน
    ฟรีแลนซ์ การทำประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นเนื่องจากเมื่อคุณป่วยคุณไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากใครได้ ยิ่งถ้าหากเป็นโรคร้ายแรง หรือประสบอุบัติติเหตุกระทันหัน ก็ต้องควักเงินจ่ายเอง
  4. การทำงานบางครั้งต้องยอม “เข้าเนื้อ” การทำงานฟรีแลนซ์ต่างจากมนุษย์เงินเดือนตรงที่ไม่สามารถเบิกอุปกรณ์ หรือของใช้ใดๆ ก็ตามได้ บางครั้งคุณต้องยอมควักเนื้อจ่ายเองไปก่อนเผื่อให้งานที่รับมาสำเร็จได้ตามเวลาที่กำหนด นี่เป็นสิ่งที่ทำให้คนทำอาชีพฟรีแลนซ์ลำบากใจเช่นกัน
  5. บางครั้งอาจไม่มีเวลาพักผ่อน เนื่องจากงานฟรีแลนซ์เป็นงานที่ยิ่งทำมากยิ่งได้เงินมาก บางครั้งผู้ทำงานอาจรับงานมาหลายงานจึงต้องเร่งทำงานส่งจนไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ควรจำไว้ว่าการพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นหากรู้สึกเหนื่อยล้าลองออกจากงานมาพักสักนิดเมื่อกลับไปทำงานคุณจะพบว่าสมองปลอดโปร่งพร้อมลุยงานและคิดงานได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

สรุป ฟรีแลนซ์ อาชีพที่หลายคนอยากเป็น

สำหรับใครที่กำลังเบื่องานประจำและมีความคิดที่จะหันมาทำงานฟรีแลนซ์ (Freelance) ก็อาจลองชั่งน้ำหนักถึงข้อดี-ข้อเสีย ว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ บางครั้งเราเห็นว่างานฟรีแลนซ์เป็นงานที่สบาย เป็นเจ้านายตัวเอง แต่ความอิสระเหล่านี้มักจะมาคู่กับความรับผิดชอบที่ต้องมีสูงกว่าอาชีพอื่นๆ งานฟรีแลนซ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด คุณอาจได้ทำงานที่คุณรักแต่บางส่วนในขั้นตอนการทำงานคุณอาจไม่ชอบแต่ก็จำเป็นที่จะต้องทำ เมื่อเลือกจะเป็นฟรีแลนซ์แล้วหวังว่าคุณจะอดทนและสามารถทำงานทุกอย่างได้อย่างรอบรื่นและมีความสุขที่สุด

ทดสอบลิงก์