Agile แนวคิดการทำงานยุคใหม่ เพื่อลดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ให้น้อยลง

Agile คือ

องค์กรของคุณเคยประสบปัญหางานติดขัด ล่าช้าหรือไม่ ปัญหานี้มักเกิดจากการวางแผนและกระบวนการคิดที่ใช้เวลานานกว่าจะลงมือทำจริง หากต้องการแก้ไขปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการนำแนวคิดการทำงานที่เรียกว่า Agile เข้ามาช่วยในทีม Agile เป็นแนวคิดการทำงานยุคใหม่ที่เน้นการทำงานแบบคล่องแคล่วว่องไว

โดยให้ความสำคัญกับเรื่องคน การสื่อสาร และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ให้น้อยลง แต่การทำงานยังคงมีประสิทธิภาพ และเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

Agile คือ

Agile คือ แนวคิดการทำงานยุคใหม่ที่เน้นการคุยกันเยอะๆ เพื่อลดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ให้น้อยลง ทำให้งานออกมาเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด สำหรับแนวคิดนี้เกิดขึ้นในปี 2001

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ 17 คน รวมตัวพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการทำงานที่ล่าช้าและไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ จึงช่วยกันคิดวิธีและได้ข้อสรุปให้เห็นแนวทางของ Agile ตาม 12 Principles ซึ่งต่อมาแนวทางนี้ถูกประยุกต์กับการทำงานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

12 Agile Principles

12 Agile Principles หรือ หลักการ 12 ข้อ คือ เน้นการทำงานร่วมกันเป็นทีมบนเหตุผลและข้อเท็จจริง โดยแต่ละฝ่ายร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด ทำให้กระบวนการทำงานเป็นระบบ และช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในทีมให้ดีขึ้นจนนำไปสู่การพัฒนาสินค้าหรือบริการขององค์กรต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด สำหรับ 12 Agile Principles สรุปง่ายๆ ได้ดังนี้

  1. Satisfy the Customer: มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบงาน
  2. Welcome change: พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งอื่นๆ
  3. Deliver Frequently: ส่งมอบงานให้บ่อยขึ้น เร็วขึ้น โดยระยะเวลาการทำงานควรสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  4. Work Together: แต่ละฝ่ายควรแลกเปลี่ยนแนวคิดและทำงานร่วมกันเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น ฝ่ายผลิตควรทำงานร่วมกับฝ่ายขายอยู่เสมอเพื่อวางแนงานต่างๆ ร่วมกัน
  5. Trust & Support: ทำให้ทีมเกิดความเชื่อใจและสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อให้การทำงานบรรลุเป้าหมาย
  6. Face to Face Conversation: การสื่อสารและพูดคุยกันแบบซึ่งหน้า จะช่วยให้การทำงานบรรลุเป้าหมายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  7. Working software: ใช้ผลการทำงานได้ของซอฟต์แวร์ เป็นตัววัดความก้าวหน้าของโครงการ
  8. Sustainable Development: Agile ช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทุกฝ่ายสามารถทำงานด้วยอัตราเร็วที่คงที่ได้ตลอด
  9. Continuous Attention: ใส่ใจความเป็นเลิศทางเทคนิคและสร้างแบบที่ดี จะเพื่อเพิ่ม Agile ในอนาคต
  10. Maintain Simplicity: โฟกัสสิ่งสำคัญและรู้จักปฎิเสธสิ่งที่ไม่สำคัญที่ทำให้งานเกิดความล่าช้า
  11. Self-Organizing Teams: ทีมเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้งานออกมาดีที่สุด ทีมที่ดีคือทีมที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้
  12. Reflect & Adjust: ในแต่ละช่วงเวลาทีมควรหันกลับไปมองสิ่งที่ผ่านมา เพื่อหาข้อผิดพลาดและปรับปรุงทีมให้พัฒนาอยู่เสมอ

หลักการทำงานแบบ Agile

หลักการทำงานแบบ Agile มักจะมาคู่กับการทำงานแบบ Scrum คือ ช่วยกันทำงานเพื่อให้งานออกมาเร็วและดีที่สุด แบ่งเป็นขั้นตอน ดังนี้

  1. ปัญหาหรือความต้องการ : ลูกค้า ผู้บริโภค หรือหัวหน้าเกิดปัญหาหรือความต้องการบางอย่างขึ้น
  2. ระบุปัญหา : นำปัญหาที่เกิดขึ้นมากำหนดและจัดความสำคัญของปัญหา เพื่อหาแนวทางที่ต้องแก้ไขว่าปัญหาใดควรได้รับการแก้ไขก่อน เพื่อทำให้งานออกมาเร็วและเรียบร้อยที่สุด
  3. ออกแบบเพื่อแก้ไข : ทีมงานที่มาจากหลากหลานสาขาจะช่วยกันจัดการขั้นตอนนี้ โดยทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจปัญหาที่ได้รับมา จากนั้นจะทำการออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุมและทดสอบว่าสามารถแก้ไขได้จริงหรือไม่ หากแก้ไม่ได้จะนำกลับมาพัฒนาต่อไป

ความสำคัญของ Agile กับ Marketing

เมื่อทำความรู้จักกับแนวคิดของ Agile แล้วจะเห็นว่าสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของ Marketing ได้ โดยเฉพาะปัจจุบันความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น
การทำงานที่ประสานกันทุกฝ่ายไม่เพียงแต่ฝ่าย Marketing เท่านั้นจะทำให้การตอบสนองลูกค้าเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในสภาวะที่ตลาดเกิดการแข่งขันสูง ซึ่งมีผลดีดังนี้

  • การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจะทำให้งานสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ตลอดเวลา
  • สามารถคิดแผนการตลาด คิดแคมเปญทางการตลาดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาทดสอบว่าตอบโจทย์และสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ หากยังไม่ตอบโจทย์ก็สามารถแก้ไขได้ทันที 

ข้อดีของ Agile ที่นำมาใช้พัฒนาองค์กร

  1. เกิดความยืดหยุ่นและแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว

การทำงานแบบ Agile สามารถกำหนดเป้าหมายของงานเป็นแบบระยะสั้นได้ เนื่องจากการทำงานแบบแบ่งงานเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้แต่ละคนที่รับผิดชอบทำงานได้อย่างรวดเร็ว และหากเกิดปัญหาก็สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและแก้ไขได้ทันที

  1. ทำงานร่วมกันเป็นทีมและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

Agile เป็นการทำงานแบบทีมผสมที่หลายๆ ฝ่ายมารวมตัวกัน ความแตกต่างของแต่ละสายงานจะช่วยกระตุ้นให้ทีมเกิดความคิดสร้างสรรค์ ทำให้การทำงานเกิดการประสานกันอย่างลงตัวแบบไม่มีกำแพงกั้นระหว่างฝ่าย ช่วยเพิ่มความสามารถของทีมในการแสดงความคิดเห็น ทำให้เกิดการปรับปรุงผลงานผ่านมุมมองที่หลากหลายและรอบคอบมากขึ้น Agile ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของผู้ร่วมงานให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

  1. สามารถทำงานเป็นทีมได้และพึ่งผู้บริหารน้อยลง

ทีมที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานมักจะมีผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจร่วมทีมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงช่วยลดขั้นตอนการตัดสินใจที่ต้องเข้าสู่องค์กรลงได้ ไม่ต้องรอการอนุมัติจึงทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนในทีมรู้สถานะและความคืบหน้าของงานเป็นอย่างดีจึงทำให้ผู้บริหารวางใจให้ตัดสินใจลงมือทำได้เลย

สรุป

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในยุคดิจิทัล องค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความมั่นคงว่าจะสามารถอยู่รอดได้ในสภาพเศรษฐกิจที่การแข่งขันสูง การดำเนินการที่สามารถตอบสนองความเปลี่ยนแปลงและความต้องการได้อย่างรวดเร็วมีส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อไปได้ ดังนั้น หลายๆ องค์กรจึงนำแนวคิด Agile เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงาน โดยเน้นการทำงานเป็นทีมที่หลายฝ่ายเข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนผลักดันให้เกิดผลงานออกมาถึงแม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างแต่ก็สามารถแก้ไขได้ราบรื่นและรวดเร็ว